ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง

 
 

ในการทำธุรกิจอะไร หรือว่าทำงานอะไรก็ตาม แม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน ย่อมมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเสมอจะมากหรือน้อยอยู่ที่การจัดการของเรา พูดถึงค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงก็มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ดังนี้

  1. ค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นธุรกิจ ได้แก่การสมัครเป็นนักธุรกิจ หรือสมาชิก ถือว่าเป็นการลงทุนครั้งแรกในการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง ค่าใช้จ่ายในข้อนี้ค่อนข้างจะต่ำมากเมื่อเทียบกับการเริ่มต้นการทำธุรกิจทั่วไป เช่น จะขายก๋วยเตี๋ยวค่าเริ่มต้นในการทำธุรกิจหลายหมื่นบาท เป็นต้น ถ้าเทียบกับธุรกิจเครือข่ายขายตรงที่อยู่ในหลักพัน หรือหลักร้อยแค่นั้นเอง และถ้าตัดสินจะไม่ทำก็สามารถที่จะเอาเงินคืนได้ในบางบริษัทเครือข่ายขายตรงภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด ซึ่งจะพูดถึงความเสี่ยงในการลงทุนธุรกิจทั่วไปจะมีมากถึง 40-90 เปอร์เซ็นต์ก็ว่าได้ เทียบกับธุรกิจเครือข่ายขายตรงมีแค่ 0-10 เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเอง
  2. ค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ ได้แก่ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่าเอกสารในการดำเนินงาน อาทิ เอกสารแจก ใบปลิว เอกสารนำเสนอผู้มุ่งหวัง ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจควรจะมีการจัดแยกรายการให้ชัดเจนพร้อมทำบัญชีรายจ่ายที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาสรุปผลการทำธุรกิจเครือข่ายประจำเดือน เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ถ้ามีการจัดการที่ถูกต้อง เช่น ชักชวนผู้มุ่งหวังเข้าอบรมแทนการใช้เอกสารที่มีค่าใช้จ่ายมากกว่า ใช้อินเตอร์เน็ตแทนโทรศัพท์ในการติดต่อพูดคุยต่างๆ ซึ่งมีบริการฟรีมากมาย แต่ไม่ควรจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้เองถ้ายังไม่มีต้นทุนพอที่จะใช้จ่ายในช่วงแรก ค่าโทรศัพท์ควรจะใช้แบบเหมาจ่ายหรือโทรฟรีจะประหยัดได้มากกว่าควรใช้เป็นแบบเติมเงินเพราะบริการเหมาจ่ายโทรฟรีมากกว่ารายเดือนและยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วย
  3. ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ได้แก่ ค่าน้ำมันรถสำหรับผู้ที่มีรถใช้ หรือค่าโดยสารรถประจำทาง ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจสำหรับผู้ที่มีรถควรจะเดินทางเฉพาะงานที่สำคัญเท่านั้น หลีกเลี่ยงการเดินทางไปท่องเที่ยวกับสายงานหรือผู้ร่วมธุรกิจที่จัดกันเองโดยไม่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวนั้น สำหรับผู้เดินทางโดยรถประจำทาง ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจควรจะไปชั้นประหยัด หรือรถประจำทางที่เสียค่าตั๋วน้อยสุด ทั้งนี้ควรจะนำมาทำบัญชีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อนำมาสรุปผลการทำธุรกิจประจำเดือน
  4. ค่าใช้จ่ายประจำวัน ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าเช่าบ้าน (สำหรับผู้ที่ไม่มีบ้าน) ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าของใช้จำเป็นภายในบ้าน เสื้อผ้า เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องนำมาคิดก็ได้เพราะถ้าไม่ทำธุรกิจก็มีการใช้จ่ายเหมือนกัน แต่ถ้าเรานำมาคิดจะเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะจะได้ทราบถึงผลสรุปการทำธุรกิจประจำเดือนในการที่จะหารายได้มาให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายเหล่านี้ พูดถึงสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า ฯลฯ ก็สามารถซื้อได้ที่บริษัทเครือข่ายขายตรงได้ ซึ่งเราถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน เพราะซื้อที่ไหนก็เหมือนกัน การนำมาใช้ก็ไม่ต่างกัน แถมซื้อที่บริษัทเครือข่ายขายตรงเรายังมีรายได้กลับมาด้วย และยังนำสิ่งของที่ซื้อจากบริษัทเครือข่ายขายตรงที่เราทำอยู่ไปเป็นตัวอย่าง หรือนำไปสาธิตให้ผู้มุ่งหวังและบุคคลทั่วไปได้ด้วย ก็เป็นการใช้ประโยชน์ที่คุ้มค่าต่อการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงมากมาย
  5. ค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน เรานำมาคิดด้วย เพราะเวลาที่เราเสียไปจากการดำเนินธุรกิจเครือข่ายต้องได้รับกลับมาหรือทดแทนจากการทำธุรกิจ ซึ่งเราสามารถกำหนดเป็นเงินเดือนของตนเองได้เหมือนการทำงานประจำวัน เงินเดือนที่ว่านี้ก็คือรายได้จากการทำธุรกิจนั่นเอง วิธีคิดก็ง่ายๆ เช่น เรามีค่าใช้จ่ายทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมาทั้งหมด 8,000 บาท/เดือน คิดค่าบริหารงานในการทำธุรกิจเครือข่าย 12,000 บาท รวมแล้วเราต้องทำให้มีรายได้จากการทำธุรกิจเครือข่ายประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน นี่แนะนำสำหรับในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจ ถ้าเรากำหนดเป็นเงินเดือนหรือรายได้ประจำเดือนแทนการทำงานประจำ หรือรายได้เสริมก็ตามแต่ เราก็จะมีเป้าหมายในการทำที่ชัดเจน ซึ่งรายได้ที่ว่านี้จะมียอดประมาณรายได้ของตำแหน่งต่างๆ ไว้แล้ว ซึ่งเราสามารถเพิ่มเงินเดือน หรือรายได้ของตนเองด้วยการทำให้มีรายได้ตามตำแหน่งนั้น เพื่อขึ้นตำแหน่งต่างๆ ของบริษัทเครือข่ายขายตรง

การคำนวณรายได้สุทธิประจำเดือนจะนำค่าใช้จ่ายทั้ง 5 ข้อ มาลบออกจากรายได้ที่ได้รับจากการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง เท่านี้เองเราก็สามารถประเมินตนเองได้แล้วว่าเราทำได้ไปในระดับไหนแล้ว เราต้องทำเพิ่มเติมแค่ไหน ซึ่งไม่ควรจะลดการทำงานลง เพราะยิ่งทำมากเราก็ยิ่งมีรายได้มาก
ในขั้นต่อมาเมื่อเราทำธุรกิจเครือข่ายได้ระดับหนึ่งแล้ว เราควรจะเพิ่มรายได้ของเราไปด้วยเสมอ เพราะเราจะมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นเข้ามาเพิ่มซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ คือ บ้าน รถ ที่ดิน เมื่อเราต้องการสิ่งเหล่านี้เราก็ต้องกำหนดรายได้ของเราเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากค่ารถ ค่าบ้าน ซึ่งเราสามารถที่จะเพิ่มไปได้เรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าเราจะยกมรดกให้ผู้อื่นต่อไป

 
     
               
  เทวินทร์ ประสิทธิ์เสริฐ
สงวนลิขสิทธิ์
การคัดลอกให้ก๊อปปี้ link ลงไปด้วย

http://www.cgpcenter.com/directsale/mlmpay.html