ความรู้เกี่ยวกับไบออส

 
 

ท่านเคยสังเกตุไหมว่าทำไมวันที่และเวลาในเครื่องคอมพิวเตอร์ยังคงถูกต้องอยู่ ไม่ว่าจะปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วก็ตาม แต่วันที่และเวลาก็ยังคงเดินถูกต้องอยู่ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ “ไบออส” ทำหน้าที่เก็บข้อมูล เมื่อเปิดเครื่องท่านจะสังเกตเห็นว่ามีค่าต่างๆ ปรากฎขึ้นมาก่อนที่จะเข้าสู่ระบบปฏิบัติการวินโดว์ ซึ่งจะมีคำสั่งต่างๆ ปรากฎให้เราได้ใช้ในการควบคุมส่วนมากจะเป็นคำสั่งที่จะเข้าสู่ระบบไบออสของเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อทำการตั้งค่าต่างๆ ของอุปกรณ์ในคอมพิวเตอร์
ความหมายของไบออส
ไบออส (BIOS) ย่อมาจากคำว่า Basic Input / Output System หมายถึง โปรแกรมที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงานในการบู๊ตเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ถูกติดตั้งอยู่ในชิบประเภท ROM บนเมนบอร์ด การทำงานของไบออสจะทำงานหลังจากมีการเปิดสวิทซ์ ทันทีที่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์ โดยจะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งในคอมพิวเตอร์ เช่น Hard disk, DVD RW, RAM เป็นต้น
ไบออส บางครั้งก็เรียกว่า ซีมอส (CMOS) แต่ความเป็นจริงแล้วเป็นคนละส่วนกัน คือ ไบออสเป็นโปรแกรมที่เก็บในรอม ไม่จำเป็นต้องมีพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในการเก็บข้อมูล ส่วน ซีมอส จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลในการบู๊ตระบบ มีหลักการทำงานคล้ายแรม ซึ่งต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าเลี้ยงตลอดเวลา โดยปกติจะอาศัยพลังงานจาก แบตเตอร์รี่ ภายในเครื่องคอมฯ ปัจจุบัน ไบออสและซีมอส ได้ถูกรวมกันเป็นชิบตัวหนึ่งๆ
CMOS (ซีมอส) ย่อมาจาก "Complementary Metal Oxide Semiconductor" เป็นชิปไอซีที่ใช้เก็บข้อมูลที่เป็นค่าเฉพาะของแต่ละระบบ เพื่อให้ Bios (ไบออส) นำไปใช้ในการบู๊ตระบบ ข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่ใน CMOS เช่น เวลา และวันที่ของระบบ ค่าของฮาร์ดดิสก์ และไดร์ซีดี/ดีวีดี, การปรับค่าความเร็วในการอ่านเขียนของแรม เป็นต้น เป็นชิปสารกึ่งตัวนำที่ถูกติดตั้งแบบออนบอร์ดมากับเมนบอร์ดเลย เราจะมองไม่เห็นตัวชิปเพราะมันถูกผนวกเข้ากับชิปเซ็ต ชิป CMOS เป็นหน่วยความจำที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้กินไฟน้อย และทำงานได้เร็ว

 
     
   
       
 

เนื่องจาก CMOS ใช้เทคโนโลยีเดียวกับแรมทำให้ต้องการไฟเลี้ยงจากแบตเตอรรี่ (CMOS battery) เพื่อให้ข้อมูลคงอยู่ หากแบตเตอรี่หมดข้อมูลก็จะหายไป ก็จำเป็นต้องเซ็ตค่าต่างๆ กันใหม่ใน CMOS Setup บางครั้งที่เครื่องเสีย เช่น มีการโอเวอร์คล็อก คือ ปรับสปีดความถี่แล้วเครื่องรับไม่ได้ เมื่อเปิดเครื่องก็จะไม่ยอมบู๊ต เราก็จะใช้การ clear CMOS โดยการถอดแบตเตอรี่ เพื่อเคลียค่าการเซ็ตอัพ หรือในบางครั้งเราลืมพาสเวิร์ดที่ตั้งไว้ในใบออสเราก็ทำเช่นเดียวกัน

แบตเตอรี่ CMOS

 
       
   
   
   
   
       
 

แบตเตอรี่ หรือ บ้านเราเรียกกันว่า “ถ่านซีมอส (CMOS batteries)” หรือบางครั้งเรียกว่า “ถ่านไบออส” หรือ “แบตเตอรี่แบคอัพ”  ทำหน้าที่จ่ายไฟเลี้ยงให้กับซีมอส เนื่องจาก CMOS นั้นใช้เทคโนโลยีของแรมจึงต้องมีไฟเลี้ยงเพื่อป้องกันค่าการเซ็ตอัพภายในสูญหาย ในยุคแรกแบตเตอรี่มักจะมีลักษณะเป็นกระป๋อง ติดตั้งไว้บนเมนบอร์ด แต่แบตเตอรี่แบบนี้จะสร้างออกไซด์ขึ้นมารอบตัวมัน และไปกัดกินวงจร ต่อมาจึงเลิกใช้ และเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียม (Lithium Battery) ที่มีลักษณะกลมแบนเหมือนเหรียญหน้าตาคล้ายถ่านนาฬิกา แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า สำหรับอายุการใช้งานของถ่านไบออส ตามมาตรฐานแล้วจะมีอายุถึง 10 ปี อย่างไรก็ตามเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และสภาพแวดล้อมภายในคอมพิวเตอร์
ในการทำงานนั้น ทั้ง BIOS และ CMOS ก็จะทำงานร่วมกันโดย BIOS จะใช้ข้อมูลที่เก็บอยู่ใน CMOS ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็คือข้อมูลที่เกิดจากการเซ็ตอัพโดยผู้ใช้เอง ซึ่งจะเป็นข้อมูลเฉพาะของเครื่อง ฉะนั้นทุกๆ ครั้งที่คุณเปิดเครื่อง BIOS ก็จะไปดึงข้อมูลที่กำหนดไว้จาก CMOS
วิธีการ setup bios เราสามารถเข้าไปกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ และแก้ไขข้อมูลบางอย่างในไบออสได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะเวลาที่มีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม เช่น RAM, Hard Disk เป็นต้น การเข้าไปกำหนดรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมนั้น จะขึ้นกับยี่ห้อของไบออส เนื่องจากแต่ละบริษัทก็มีวิธีการเข้าไป setup ต่างๆ กัน สำหรับไบออสที่ใช้งานกันโดยทั่วไป เช่น Ami, Award, Phoenix เป็นต้น

ขั้นตอนการทำงานของ BIOS
1. เมื่อเปิดเครื่อง BIOS จะตรวจสอบอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้งาน เช่น คีย์บอร์ด , ดิสก์ไดรฟ์, จอภาพ, หน่วยความจำ ฯลฯ หากมีอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งทำงานไม่ถูกต้อง จะแจ้งข้อผิดพลาดให้ทราบทั้งในลักษณะข้อความ (หากจอภาพทำงานได้) และเสียง beep หากจอภาพทำงานไม่ได้
2. โหลดค่ากำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นมาใช้งาน โดยค่าต่างๆ เหล่านี้จะถูกเก็บไว้ใน CMOS ซึ่งผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยผ่าน SETUP
3. โหลดระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งไว้ในดิสก์ขึ้นมาทำงาน
4. เมื่อระบบปฏิบัติการเิริ่มทำงาน นั่นคือคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นจะอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการใช้งานแล้ว ส่วน BIOS จะทำหน้าที่ให้บริการต่างๆ ต่อระบบปฏิบัติการอยู่เบื้องหลัง เช่น การอ่าน-เขียนข้อมูลจากดิสก์, เปิดจอภาพเมื่อผู้ใช้ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานๆ ฯลฯ
5. เมื่อต้องการปิดเครื่อง BIOS จะปิดการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมดรวมถึงตัดกระแสไฟที่จ่ายให้ power supply ด้วย ค่ากำหนดต่างๆ ที่เก็บไว้ใน CMOS จะไม่หายไป เมื่อผู้ใช้เปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ การทำงานจะวนรอบกลับไปยังขั้นตอนที่ 1 ทันที ดังจะเห็นได้ว่าการทำงานของ BIOS มีผลต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา หาก BIOS ได้รับการปรับตั้งไม่ถูกต้อง หรือปรับตั้งไว้ไม่ดี จะทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นทำงานได้ไม่ถูกต้อง, ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือแม้แต่ใช้งานไม่ได้เลยก็เป็นได้

POST ขั้นตอนสำคัญของการเริ่มต้นระบบ
เมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ BIOS จะเข้าสู่ขั้นตอนที่เรียกว่า POST (Power-On Self Test) ซึ่งเป็นการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นเอง สาเหตุที่ต้องตรวจสอบก่อนก็เพราะคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะมีอุปกรณ์ไม่เหมือนกัน อีกทั้งผู้ใช้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์เหล่านี้ได้โดยอิสระอีกด้วย ดังนั้นย่อมเป็นการดีที่จะมาตรวจสอบกันก่อนเริ่มต้นทำงาน ในกรณีที่เจอข้อผิดพลาดก็ยังสามารถรายงานให้ผู้ใช้ทราบ และแก้ไขได้อย่างถูกต้อง

4 ขั้นตอนการทำงานของ POST
ใน BIOS ใดๆ แม้จะต่างยี่ห้อ ต่างบริษัทกัน โดยส่วนใหญ่จะมีขั้นตอน POST ที่คล้ายๆ กัน 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. แสดงข้อความเริ่มต้นของการ์ดแสดงผล ซึ่งปกติจะขึ้นอยู่กับชนิดของการ์ดแสดงผลที่ติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์นั้นๆ โดยอาจแสดงชื่อบริษัท-โลโก้ของผู้ผลิต, ชื่อรุ่น, ขนาดของหน่วยความจำ ฯลฯ หรือในบางรุ่นอาจไม่แสดงข้อความใดๆ ในขั้นตอนนี้เลยก็ได้
2. แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ BIOS รวมถึงหมายเลขอ้างอิงสำหรับผู้ผลิตเมนบอร์ดและข้อความอื่นๆ
3. ตรวจสอบและนับจำนวนหน่วยความจำ รวมทั้งเริ่มการทำงานของอุปกรณ์ประเภทดิสก์ไดรฟ์
4. เมื่อสิ้นสุดการทำงานของ POST แล้ว บนหน้าจอจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์พื้นฐานทั้งหมด จากนั้นจึงโหลดระบบปฏิบัติการจากดิสก์ที่กำหนด (ผ่านทาง SETUP) มาทำงานต่อไป

ตัวอย่างแสดงรายละเอียด BIOS ของ Main Board รุ่น ASUS P8Z68 DELUXE
ตัวอย่างที่นำมาแสดงนี้เป็น Bios ของ Mainboard รุ่น Asus P5Z68 Deluxe ปี 2011 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  1. การเข้าสู่ไบออส เมื่อเปิดเครื่องให้กด “Delete” เพื่อเข้าสู่ไบออส
  2. เมื่อเข้ามาจะแสดงในส่วน EZ-MODE ซึ่งจะแสดงรายละเอียดของสเป็คเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาที่ใช้แสดง เวลาและวันที่ อุณหภูมิของเครื่อง แรงดันไฟฟ้าที่ใช้ ความเร็วของพัดลม ระบบที่ต้องการใช้ การเลือกบู๊ตระบบคอมพิวเตอร์ ดูรูปข้างล่างประกอบ
 
     
 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
       
 

ปุ่ม Exit / Advanced Mode เพื่อเข้าสู่ Advance Mode หรือออกจาก EZ Mode สำหรับ Advance Mode มีรายละเอียดดังนี้

1. Main Menu (ดูรูปข้างล่างประกอบ) จะแสดงค่าพื้นฐานของระบบ และการกำหนดค่าของวันที่ เวลา และการตั้งค่าความปลอดภัย

 
     
 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
 
2. Ai Tweaker Menu (ดูรูปข้างล่างประกอบ) จะตั้งค่า Overclocking ของเครื่อง
   

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
3. Advance Menu (ดูรูปข้างล่างประกอบ) จะตั้งค่าอุปกรณ์ของเครื่อง
   

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

   
4. Monitor Menu (ดูรูปข้างล่างประกอบ) จะแสดงอุณหภูมิและกำลังที่ใช้ และการกำหนดค่าพัดลม
 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
5. Boot Menu (ดูรูปข้างล่างประกอบ) จะตั้งค่า Boot ของเครื่อง
 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
6. Tool Menu (ดูรูปข้างล่างประกอบ) จะตั้งค่าพิเศษอื่นๆ เช่น การเฟลชไบออสให้อัพเดทล่าสุด เป็นต้น
   

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
 
   
 
 
 
   
 
 
 
   
 
เทวินทร์ ประสิทธิ์เสริฐ
สงวนลิขสิทธิ์
การคัดลอกให้ก๊อปปี้ link ลงไปด้วย

http://www.cgpcenter.com/computer/bios/bios.html